แชร์ประสบการณ์ เตรียมตัวอย่างไร เมื่อลูกสาวมีประจำเดือนครั้งแรก !!
ขัดแล้วผิวหน้าผ่องขึ้นล่ะค่ะ
THE WAY SHE SMOOTHES - Soap & Glory
beWild POP Multi Liptint
 Eucer8n Dermi Capillaire สูตร Anti-Dandruff

เสริมคาง มีกี่รูปแบบ มีอะไรบ้างที่คุณควรรู้ ฉบับมือใหม่ !

    

เสริมคาง-มีกี่แบบ-มีอะไรบ้างที่มือใหม่ควรรู้

สาวๆ ยุคนี้ หันมากสนใจ การเสริมคาง กันมากขึ้น เนื่องจากความนิยมในรูปหน้าวีเชฟ ที่เหล่าดารา เซเลปนิยมทำกัน ทำให้แฟนคลับและบรรดาหนุ่มสาวที่รักสวยรักงาม รักในการดูแลตัวเอง อยากมีใบหน้าที่สวยได้รูป การเสริมคาง จึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ที่สาวๆ เลือกทำเป็นช้อยท์แรกเสมอ

การเสริมคาง นอกจากจะทำให้มีใบหน้าวีเชฟ ใบหน้าที่ได้รูปสวยงามแล้ว ยังช่วยแก้ไขและปรับรูปหน้าในกรณีที่ใบหน้าที่ไม่สมส่วน ให้ดูสวยงามตามต้องการด้วย เพราะหลายคนมีปัญหา คางเหลี่ยม คางบุ๋ม คางสั้น คางเบี้ยว การเสริมคางจะเข้ามาช่วยปรับแก้ในส่วนนี้ได้ ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในการเสริมคางก็ก้าวหน้าจนปัจจุบันไม่ต้องใช้ยาสลบ 

สำหรับสาวๆ ที่ต้องการจะเสริมคางแนะนำว่าควรหาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ ยิ่งเป็นมือใหม่ไม่เคยมีความรู้ ไม่เคยทำมาก่อน ยิ่งต้องหาความเยอะๆ แนะนำว่าควรเลือกโรงพยาบาลหรือสถานความงามที่น่าเชื่อถือ มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะทำให้ลดความเสี่ยง และมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วยค่ะ

เสริมคางมีกี่แบบ

คลินิกเสริมความงามและโรงพยาบาลนิยมใช้วิธีการเสริมคาง 2 รูปแบบด้วยกัน คือ

การดูดไขมันและการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดไขมันที่คางหรือใช้สารฟิลเลอร์

สำหรับวิธีนี้จะไม่ใช่การเสริมคางถาวร เพราะไขมันและฟิลเลอร์จะค่อยๆสลายตัวไปเอง  ส่วนมากจะอยู่ในช่วง 3-5 ปี จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเสริมคางถาวร หรืออยากลองทำดูก่อนเพื่อดูรูปหน้าหลังทำ หรือบางคนอาจต้องการเสริมคางเพื่องานหรือกิจกรรมบางอย่าง บางช่วงเวลาเท่านั้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคน

เป็นการผ่าตัดเล็ก ที่สามารถปรับรูปทรงได้ตามความเหมาะสมที่ต้องการ ซึ่งเป็นซิลิโคนชนิดเดียวกับที่ใช้ในการเสริมจมูก  ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะมี 2 วิธีด้วยกัน

วิธีแรก การเสริมคางด้วยซิลิโคนด้านนอกช่องปาก  โดยจะผ่าตัดเปิดแผลที่บริเวณใต้คาง ซึ่งการผ่าตัดด้านนอกนี้จะทำให้แพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ และสะดวก ทำให้สามารถตกแต่งผิวหนัง แผล หรือส่วนเกินใต้คางได้ดีและเนียน จึงทำให้โอกาสที่จะบิดเบี้ยวน้อยมาก ถือว่าเป็นข้อดีของการเสริมคางด้านนอกช่องปาก อีกทั้งยังทำให้ดูแลง่าย การพักฟื้นก็ไม่นาน อาการบวมจากการผ่าตัดก็น้อย แต่เมื่อมีข้อดีก็มีข้อเสียเช่นกัน คือการผ่าตัดด้านนอกย่อมทำให้เกิดแผลเป็น ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่ารอยแผลเป็นจะจางหาย ซึ่งส่วนมากจะอยู่ที่ 2-3 เดือน แต่ดูแลดี ใช้ยาลดเลือนรอยแผลเป็นทาประจำก็จะช่วยให้รอยแผลเป็นจางหายเร็วขึ้น ขึ้นอยู่กับการดูแลของเราเองด้วย  

วิธีที่สอง คือ การเสริมคางด้วยซิลิโคนในช่องปาก ถือว่าเป็นวิธีที่นิยมอย่างมาก ซึ่งการเสริมคางด้านในช่องปากนี้จะเป็นการผ่าตัดด้านในช่องปากตรงเหงือกด้านในริมฝีปากล่าง ความยาวประมาณ 2 ซม. แล้วแพทย์จะแยกเยื่อหุ้มขอบล่างของคางออก จึงใส่ซิลิโคนเข้าไปตามตำแหน่งที่ต้องการ แล้วค่อยเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ทำให้ไม่เห็นแผลภายนอก ซึ่งวิธีเสริมคางด้านนอกช่องปากที่จะมีรอยแผลหลังการผ่าตัด จึงเป็นวิธีเสริมคางที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน  แต่เนื่องจากเป็นการผ่าตัดภายในช่องปาก การดูแลก็ต้องดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกันกันติดเชื้อจากน้ำลายและเศษอาหารที่กินเข้าไปทุกวัน และอีกอย่างที่ต้องระวังคือ ไม่ให้คางกระแทกแรงๆ เพราะอาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งซึ่งส่งผลให้คางเบี้ยวได้

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเสริมคาง


สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเสริมคางสำหรับมือใหม่

อยากมีใบหน้าสวยได้รูป อยากมีหน้าวีเชฟ หน้ารูปไข่ก็ต้องเสริมคาง แต่ก่อนจะเสริมคาง สำหรับมือใหม่แล้วต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อจะได้ช่วยในการตัดสินใจไม่ให้ผิดพลาด ไม่ต้องมานั่งร้องไห้ภายหลัง ไป ดูกันจ้าสาว

  1. พิจาณาจากรูปหน้าของเราก่อน ว่ามีข้อบกพร่อง ใบหน้าไม่สมส่วนหรือคางบิดเบี้ยวหรือไม่ เพราะการเสริมคางไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางคนใบหน้าดีอยู่แล้วแต่อยากหน้าเรียวกว่าเดิม พอไปเสริมคางแล้วกลับไม่สวยเหมือนที่ต้องการ การพิจาณาใบหน้าพื้นฐานของเราจริงๆก่อนจึงมีผลอย่างมาก ซึ่งบางคน มีรูปจมูก มีคาง มีโหนกแก้มต่างกัน พอเสริมคางเข้าไปไม่รับกับส่วนอื่นของใบหน้า ก็ทำให้หน้าดูแปลกไม่เป็นธรรมชาติ  ซึ่งการแก้ไขรูปหน้าด้วยการเสริมคางอย่างเดียวจึงไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องพิจารณาส่วนประกอบอื่นด้วย หรือบางคนมีใบหน้าเหลี่ยมมาก แต่อยากคางแหลมเหมือนดารา ก็ทำได้แต่ไม่ได้ตามที่ต้องการ 100% ซึ่งก่อนเสริมคางจึงจำเป็นต้องเข้าใจองค์ประกอบของใบหน้าก่อนว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน  

  2. เลือกวิธีเสริมคางที่เหมาะกับตัวเอง ด้วยปัจจุบันการเสริมคางมีหลายรูปแบบให้เลือกทั้งที่ชั่วคราวและถาวร ก่อนการเสริมคางเราจึงต้องถามตัวเองให้แน่ใจว่า เราต้องการแบบไหนกันแน่ เพื่อให้การเสริมคางออกมาตรงกับความต้องการเรามากที่สุด ซึ่งการเลือกรูแบบมีผลถึงวิธีการเตรียมตัว การดูแลตัวเอง และเตรียมเงินสำหรับการเสริมคางให้พร้อมด้วย

  3. เลือกทำกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ มีใบรับรองจากแพทยสภาฯ ซึ่งเราสามารถขอดูได้ เพราะข้อกังวลใจของคนที่ต้องการเสริมคางคือ กลัวใบหน้าบิดเบี้ยว คางย้อย คางแม่มด ดังนั้นเพื่อลดปัญหาเหล่านี้จึงควรเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อการเสริมคางออกมาสวยสมกับที่ต้องการ ไม่ควรทำกับหมอกระเป๋า ที่รับทำตามบ้าน ซึ่งเสี่ยงมาก

  4. เลือกทำกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะเครื่องมือสะอาด มีทีมงานที่มีประสบการณ์ สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง และมีการตรวจเช็คและติดตามความเรียบร้อยจนคางเข้าที่สมบูรณ์

  5. วิธีสุดท้ายคือ เมื่อเราเลือกคลิกนิกหรือโรงพยาบาลที่จะเสริมคางได้แล้ว สิ่งที่แนะนำเพิ่มเติมคือ ควรอ่านจากรีวิวจากลูกค้าที่เคยเข้ามารับบริการ เพื่อจะได้รู้ปัญหาจากประสบการณ์ที่เขานำมารีวิว และเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น


ทั้ง 5 ข้อนี้ เป็นสิ่งที่มือใหม่ อยากเสริมคาง จำเป็นต้องรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้การเสริมคางออกมาสวยตรงกับความต้องการและปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงกับอันตรายหรือสถานที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมันไม่คุ้มเลยหากต้องเอาใบหน้าของเราไปให้หมอกระเป๋าราคาถูก  ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจเสริมคางนะค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : https://weclinicbkk.com/chin-surgery/

Add Comment


Advertisement

สมัครเพื่อรับข่าวสารจากเรา

* indicates required