สายด่วนปรับทุกข์สู้โควิด! เช็คอาการและสุขภาพจิตของคุณก่อนจะสายเกินไป
ขัดแล้วผิวหน้าผ่องขึ้นล่ะค่ะ
THE WAY SHE SMOOTHES - Soap & Glory
beWild POP Multi Liptint
 Eucer8n Dermi Capillaire สูตร Anti-Dandruff

Talk About Women


 

 3 อุปกรณ์แอนตี้อาการโคลิค ป้องกันจุกเสียดแน่นท้องที่พ่อแม่ควรมีติดบ้าน

เมื่อลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนจะต้องเป็นกังวลอย่างแน่นอน โดยอาการร้องไห้ของเด็กทารกจะร้องไห้อย่างรุนแรง เสียงเล็กแหลม และยังอาจจะมีอาการชักเกร็งร่วมได้ เรียกว่าอาการโคลิคซึ่งปกติจะเห็นในเด็กอ่อนอายุตั้งแต่ 2-4 สัปดาห์ถึง 4-6 เดือน แม้ปัจจุบันจะไม่สามารถระบุได้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดคืออะไร แต่สาเหตุที่พบมากคือลูกกินนมแล้วมีลมในท้อง จุกเสียดแน่นท้อง ทำให้ ลูกร้องไม่หยุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือการให้ลูกเรอนมทุกครั้งหลังจากทานนมแล้ว
ทุกวันนี้มีอุปกรณ์แอนตี้ อาการโคลิค ผลิตออกมาเป็นตัวเลือกที่ควรมีติดบ้าน ช่วยป้องกันจุกเสียดแน่นท้อง ทำให้ทารกหยุดร้องไห้เร็วขึ้น ได้แก่
1.ขวดนมรุ่นแอนตี้โคลิค ช่วยป้องกันอากาศเข้าไปในจุกนมม เวลาดูดนมจะไม่มีปัญหาทารกกลืนลมลงท้องในขณะป้อนนม เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง แน่นท้องซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของโคลิคได้ วัสดุที่ใช้ปราศจากสาร BPA ปลอดภัยต่อลูกน้อย
2.หลอดแอนตี้โคลิค โดยจะเป็นหลอดพีวีซีอ่อนและปลอดภัย สำหรับสอดท่อเข้าไปในทวารหนักของเด็กระดับความลึก 0.5 เซนติเมตรช่วยให้เด็กผายลม มีน้ำมันหล่อลื่นปลายท่อไม่ระคายเคืองทวารหนัก แก้ปัญหาแน่นท้อง ท้องผูก
3.เบาะรองอุ้มที่ออกแบบพิเศษ นุ่มสบาย ดีไซน์กระชับกับสรีระช่วงไหล่ของพ่อแม่ ช่วยบรรเทาอาการของแก๊สในกระเพาะและกรดไหลย้อนเพื่อบรรเทาอาการที่อาจจะเกิดจากท่านั่งเวลาให้นม ภายในเบาะมีระบบเสียงหัวใจเต้นปรับได้ 3 ระดับและระบบสั่นสะเทือนที่อ่อนโยนเลียนแบบสภาวะในมดลูกช่วยปลอบโยนเด็กที่ร้องไห้ให้ดีขึ้น
อุปกรณ์เหล่านี้มีประโยชน์ขึ้นอยู่กับอาการของทารกแต่ละคน ควรสังเกตว่าโคลิคเกิดจากอะไรแล้วเลือกอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมโดยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนด้วยนะ อาการโคลิคจะสามารถหายไปเองเมื่ออายุได้ประมาณ 4 – 6 เดือน โดยอาจเป็นอันตรายหรือไม่อันตรายก็ได้ หากลูกน้อยยังกินนมได้ สุขภาพดี มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ปกติ ก็ไม่เป็นอันตราย ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ อาจส่งผลเสียหลายด้านในระยะยาว เพราะฉะนั้นควรรับมือกับอาการเหล่านี้ให้ดี แต่อย่าเป็นกังวลมากเกินไปนนะ ใครที่ไม่แน่ใจว่าควรรับมือหรือปฏิบัติอย่างไรอาจจะปรึกษากับกุมารแพทย์จะดีที่สุด


  |  Post by : Muthitass

คุณยังไม่ได้ทำการ Login ไม่สามารถโพสกระทู้ได้ค่ะ
กรุณา Login ให้เรียบร้อย

 

Comment


Advertisement

สมัครเพื่อรับข่าวสารจากเรา

* indicates required